คอร์สเรียนออนไลน์ รูปแบบใหม่ของการเรียนแห่งอนาคต
About Course
ผลสำรวจของเด็กและเยาวชนไทย จำนวน 6,771 คน จากทั่วประเทศโดย ยูนิเซฟ UNFPA UNDP พบว่า ในช่วงนโยบายงดออกจากบ้านเด็กและเยาวชนมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งความต้องการเรียนรู้ออนไลน์ อันดับ 1 คือ วิชาภาษาอังกฤษ (60.61%) ตามด้วยความรู้เสริมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในปัจจุบัน (51.9%) และการเสริมสร้างทักษะนันทนาการ เช่น ศิลปะ กีฬา ดนตรี เขียนนิยาย ทำอาหาร เป็นต้น (39.34%)
เช่นเดียวกับวัยแรงงาน การ Work from home ทำให้หลายคนต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประชุมออนไลน์ ซึ่งนั่นก็หมายถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีในการชีวิตการทำงานและการเรียนรู้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากสังเกตบนโลกออนไลน์ เราจะได้เห็นคอร์สเรียนออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะและวิชาความรู้จำนวนมากยิ่งขึ้น
รายการชนะวิกฤต พลิกโอกาส overcome crisis ตอนที่ 3 คอร์สเรียนออนไลน์ รูปแบบใหม่ของการเรียนแห่งอนาคต โดย คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ CEO STARTDEE แอปพลิเคชันเรียนออนไลน์สำหรับนักเรียน ป.1– ม.6 และคุณเกริก ปทุมานันท์ co-founder Quest Edtech Start up การสอนออนไลน์วิชาภาษาอังกฤษ ทาง FACEBOOK LIVE : NIA Academy เพื่อเปิดโลกแห่งการเรียนรู้บทใหม่ที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือการเรียนรู้แห่งอนาคต
เริ่มด้วย คุณพริษฐ์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ StartDee แอปพลิเคชันเรียนออนไลน์สำหรับนักเรียน ป.1–ม.6 ว่า StartDee เป็น Start up เพื่อสังคม เพราะมองว่าการศึกษาที่มีคุณภาพยังเข้าถึงยากและคุณภาพการสอนของแต่ละโรงเรียนยังต่างกัน และจากข้อมูลของ OECD และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ยังพบว่า 86% ของนักเรียนเข้าถึง
สมาร์ทโฟน จึงอยากพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือให้เป็นโรงเรียนแห่งที่ 2 ของเด็กและเยาวชนเพื่อให้เข้าถึงเนื้อหาการสอนที่มีคุณภาพ
StartDee ถือเป็น ‘Netflix ทางการศึกษา’ ทั้งวีดิโอการศึกษา แบบฝึกหัด M88 และการสรุปบทเรียนทุกวิชาตั้งแต่ ป.1–ม.6 รวมถึงวิชานอกห้องเรียนที่สำคัญ เช่น ทักษะทางการเงิน ทักษะทางดิจิตอล และขั้นต่อไปของการพัฒนาแอปพลิเคชันจะเป็นการสร้างประสบการณ์เรียนรู้ในแต่ละบุคคล นั่นคือ เมื่อเด็ก 2 คน เปิดแอปจะเห็นหน้าจอที่ต่างกันตามความสนใจ ซึ่งในสถานการณ์โควิด-19 มีการเปิดตัวแอปพลิเคชันให้เร็วขึ้นเมื่อ 18 พค.ที่ผ่านมา เพื่อเข้าไปช่วยนักเรียนในสถานการณ์ที่โรงเรียนเลื่อนเปิดเทอม โดยประกาศให้ทดลองเรียนฟรี ไม่คิดค่าสมาชิกรายเดือน ซึ่งปกติราคา 200-300 บาทต่อเดือน ทำให้เข้าถึงเด็กที่ไม่เคยเรียนพิเศษ จากยอดดาว์นโหลดแอปพลิเคชันที่มีเด็ก 60-70% ไม่เคยเรียนพิเศษมาก่อน
“ผมมองว่าการศึกษาที่ดีต้องเป็นการศึกษาที่สนุกด้วย จึงออกแบบเป็น Learning journey แต่ละด่านด้วยวิดีโอสั้นและมีแบบฝึกหัดมาคั่นเพื่อเช็คความเข้าใจ เทคนิกการสอนออนไลน์จึงต่างกับการสอนในห้องเรียน โดยตั้งกฎไว้ว่า คลิปไม่ควรเกิน 10 นาที เพราะเด็กจะเสียสมาธิและสัดส่วนคนดูคลิปจนจบจะลดลงทันที มีแบบฝึกหัดเพื่อเช็คความเข้าใจหลังดูวีดิโอจบลง และข้อดีของการเรียนออนไลน์คือเด็กสามารถกดหยุดได้เพื่อประมวลผลจากสิ่งที่ครูถ่ายทอด อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าการศึกษาที่ดีควรเป็นการศึกษาที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับการสอนในห้องเรียน”
นวัตกรรมมีผลอย่างมากในการออกแบบ Start Dee โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อออกแบบการสอนผ่านออนไลน์ และการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อเข้าใจพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งข้อมูลทางตรงที่เด็กกด like dislike และข้อมูลจากการใช้งานของเด็กเพื่อจัดลำดับการเรียนเนื้อหาก่อนหลัง รวมถึงมีการใช้นวัตกรรมกระบวนการจากความคิดสร้างสรรค์ เช่น ออกแบบการสอนของครูโดยจำลองเรื่องราวว่ามีการขโมยเพชรในพิพิธภัณฑ์ ทำให้นักสืบมาสืบคดี ซึ่งมีการแตก Tense ถึง 12 Tense ซึ่งเป็นการออกแบบความคิดสร้างสรรค์ให้เด็กได้สนุกในการเรียนรู้
นอกจากนี้สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำ Start up จากเดิมเราวางแผนไว้ว่าเมื่อโรงเรียนเลื่อนเปิดเทอมออกไป ม.3 และ ม.6 จะกังวลเรื่องการสอบจึงจัดห้องเรียนออนไลน์พิเศษสำหรับ ม.3 และ ม.6 แต่พบว่าสมมุติฐานเราผิด เพราะสัดส่วนคนที่เข้ามาใช้แอปในแต่ละระดับชั้นสูงเท่ากันหมด จึงตัดสินใจทำห้องเรียนพิเศษ ม.1-6 ทุกระดับชั้น ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรม Start up ที่อยากจะเป็นคือ จากที่ตั้งสมมุติฐานไว้ว่าอยากช่วยกลุ่มไหนก่อน กลายเป็นต้องปรับเพื่อช่วยกลุ่มอื่น ๆ ด้วย
และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์โควิด-19 ถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นก็คือ การศึกษาไม่ใช่เรื่องสำหรับเด็กอีกต่อไป สิ่งที่เรียนในสมัยเรียนไม่สามารถใช้เป็นทักษะในการทำงานได้ในอนาคต เพราะเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนงานในหลายประเภทมากขึ้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งลูกจ้างและผู้ประกอบการที่จะต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทำอย่างไรให้สิ่งที่รู้ในวันนี้มากกว่าสิ่งที่รู้เมื่อวาน
